วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

กระท่อมปลายนา




เห็นกระท่อมปลายนานั่นไหม ช่างอ้างว้าง โดดเดี่ยวเสียยิ่งกระไร อ้อมล้อมไปด้วยทางน้ำ ทุ่งหญ้า  แน่นอนว่ามันไม่ใช่ที่จะไปอยู่อาศัยใช้ชีวิตประจำวันอยู่ที่นั่น เป็นไปไม่ได้หรอกที่คนในยุคปัจจุบันจะไปพักอาศัยในที่แบบนี้

แต่ถ้าเป็นสมัยก่อน อย่างนี้ก็ถือว่าหรู สบายมากพอแล้ว มีกระท่อมหนึ่งหลัง ล้อมรอบไปด้วยทุ่งหญ้า ป่าไพร ไว้ดำรงชีวิต ทำมาหากินด้วยวิถีเกษตรผสมผสาน ทำนา เลี้ยงสัตว์คือ วัว ควาย หาปลา เก็บพืชพรรณรอบข้างเป็นอาหารประทังชีวิต 

แม้การคมนาคมโพ้นสมัยมาโน้น ไม่สะดวกสบาย ถนนหนทางไม่มี รถราจะหาดูแทบไม่ได้ ต้องอาศัยแรงกาย และแรงใจ มุ่งมั่นเดินทาง บุกผ่าฝ่าดงไปยังที่หมาย ที่ใดมีน้ำเป็นเส้นทางสัญจร สบายหน่อย โค่นไม้มาขุดเรือ พายแจวไปทางไหนก็ได้ ทุ่นแรงได้่มากโข 

ผู้คนจึงนิยมตั้งถิ่นฐานอยู่ริมน้ำมากกว่าที่ดอนที่เินิน แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนหาที่อยู่อาศัย แย่งชิงผืนแผ่นดินเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของตัวเอง ไม่ได้เพื่อประทังยังชีพอีกต่อไป ที่ดินมีเท่าไหรก็ไม่พอ ที่แบบนี้มีการจับจองแต่ไม่ไปอยู่ หนีขึ้นดอนขึ้นภู สัญจรไปมาบนถนนหนทาง ด้วยรถราที่เผาผลาญน้ำมัน 

จะย่างเท้าก้าวเดินด้วยตนเองไม่มีอีกแล้ว โลกย่อมเปลี่ยนไปตามกระแสเทคโนโลยี จากยุคหนึ่งสู่อีกยุคหนึ่ง ผู้คนสมัยเก่าก็ล้มหายตายจากไปตามเวลา ทั้งไว้แค่กระท่อมปลายนา รอวันโรยราไปตามธรรมชาติ

ภาพ : กระท่อมปลายนา ริมทะเลน้ำจืดใหญ่สุดของไทย ทะเลน้อย






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น